เพิ่มความปลอดภัยทางถนน ครม.ไฟเขียวงบฯ สร้างกำแพงคอนกรีตหุ้มด้วยแผ่นยางฯ




วันที่นที่นที่นที่ 27 พฤษภาคม 63 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ดังนี้ 1. เห็นชอบให้กระทรวงการคลังดำเนินการปรับปรุงแก้ไขกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน พ.ศ. 2563 โดยเพิ่มเติมแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต (Rubber Fender Barrier : RFB) และหลักนำทางยางธรรมชาติ (Rubber Guide Post : RGP) เป็นพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพาราตามนโยบายรัฐบาลในโครงการส่งเสริมการใช้ยางพาราของภาครัฐ 2. อนุมัติให้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาจ้างก่อสร้างผิวทางแบบพาราแอสฟัลต์ติกคอนกรีต (PARA AC) ที่ได้ลงนามในสัญญาจ้างไปแล้วในปีงบประมาณ 2563 เป็นผิวทางแบบแอสฟัลต์ติกคอนกรีต (AC) ภายในกรอบวงเงิน 2,500 ล้านบาท ประกอบด้วย กรมทางหลวง 1,250 ล้านบาท และกรมทางหลวงชนบท 1,250 ล้านบาท โดยมีการปรับลดวงเงินค่าก่อสร้างและไม่ทำให้ส่วนราชการเสียประโยชน์ ตามมาตรา 97 (2) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เพื่อนำไปใช้ในโครงการก่อสร้างกำแพงคอนกรีตหุ้มด้วยแผ่นยางธรรมชาติ (RFB) และหลักนำทางยางธรรมชาติ (RGP) 3. เห็นชอบในหลักการให้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท เสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 กรอบวงเงิน 39,175 ล้านบาท (กรมทางหลวง จำนวน 36,401 ล้านบาท และกรมทางหลวงชนบท จำนวน 2,774 ล้านบาท) และ ปี พ.ศ. 2565 กรอบวงเงิน 43,995 ล้านบาท (กรมทางหลวง จำนวน 39,934 ล้านบาท และกรมทางหลวงชนบท จำนวน 4,061 ล้านบาท) เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างกำแพงคอนกรีตหุ้มด้วยแผ่นยางธรรมชาติ (RFB) และหลักนำทางยางธรรมชาติ (RGP)โดยในส่วนของงบประมาณให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงบประมาณ สาระสำคัญ กระทรวงคมนาคมได้รับรายงานจากกรมทางหลวงชนบทเสนอแนวทางการนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน โดยใช้แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต (Rubber Fender Barrier : RFB) และหลักนำทางยางธรรมชาติ (Rubber Guide Post : RGP) สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้ 1. กระทรวงคมนาคมมีนโยบายในการนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน โดยใช้แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต (Rubber Fender Barrier : RFB) และหลักนำทางยางธรรมชาติ (Rubber Guide Post : RGP) และสนับสนุนการใช้ยางพาราจากร้านสหกรณ์ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับรองโดยตรง โดยจะบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อช่วยยกระดับราคายางพารา เพิ่มรายได้ของเกษตรกรชาวสวนยางพารา และระบายผลผลิตยางพาราที่มีอยู่จำนวนมากอย่างเป็นรูปธรรม 2. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้เป็นประธานการประชุมเรื่อง การนำยางพารามาใช้ในงานภารกิจของกระทรวงคมนาคมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพารา จำนวน 6 ครั้ง เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2562 วันที่ 20 กันยายน 2562 วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 วันที่ 30 มีนาคม 2563 วันที่ 16 เมษายน 2563 และวันที่ 7 พฤษภาคม 2563 ตามลำดับ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ได้แก่ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางการดำเนินการตามนโยบายเพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนนโดยใช้แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต (Rubber Fender Barrier : RFB) และหลักนำทางยางธรรมชาติ (Rubber Guide Post : RGP) เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพารา 3. กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้กรมทางหลวงชนบทเป็นหน่วยงานหลักดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลในโครงการส่งเสริมการใช้ยางพาราของภาครัฐ และเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง ดังนั้น กรมทางหลวงชนบทจึงได้มีคำสั่ง ที่ 1890/2562 ลงวันที่ 2 กันยายน 2562 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานศึกษาแนวทางการนำยางพารามาใช้ในงานก่อสร้าง และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย และคำสั่งที่ 2160/2562 ลงวันที่ 30 กันยายน 2562 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานศึกษาแนวทางการนำยางพารามาใช้ในงานก่อสร้าง และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย (เพิ่มเติม) ร่วมกันศึกษาวิจัยนำยางพารามาพัฒนาเป็นอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยเพื่อป้องกันหรือลดความรุนแรงของอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยทางถนน 4. จากการศึกษาสภาพถนนของกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท พบว่า มีเกาะกลางถนน รวมทั้งสิ้น ระยะทาง 11,643.454 กิโลเมตร ประกอบด้วย - เกาะสี จำนวน 1,238.800 กิโลเมตร - เกาะหลุม จำนวน 4,372.963 กิโลเมตร - เกาะยก จำนวน 5,133.414 กิโลเมตร - กำแพงคอนกรีต จำนวน 898.277 กิโลเมตร โดยบริเวณช่วงเกาะกลางถนนแบบเกาะสีมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้มาก เนื่องจากพฤติกรรมของผู้ขับขี่ไม่ปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจร โดยการเลี้ยวหรือการกลับรถทับเส้นเกาะกลางในบริเวณจุดเสี่ยงอันตราย ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นหลายกรณี มีทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ดังนั้น จึงเห็นควรก่อสร้างกำแพงคอนกรีตเพื่อลดจำนวนอุบัติเหตุ อีกทั้งบริเวณทางโค้งได้มีการติดตั้งเสาหลักนำทางคอนกรีต เพื่อให้มองเห็น ในเวลากลางคืน แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุโดยเฉพาะรถจักรยานยนต์เสียหลักไปชนหลักนำโค้งคอนกรีต ผู้ขับขี่ หรือผู้ที่โดยสารมาด้วยอาจได้รับอันตราย จึงมีความจำเป็นต้องหาวิธีการแก้ไขหรือปรับปรุงเรื่องเกาะกลางถนนแบบเกาะสีและหลักนำทางคอนกรีต จากผลการศึกษาและวิจัยพบว่า มี 2 ผลิตภัณฑ์ที่มีความเหมาะสมและมีปริมาณยางพาราเป็นส่วนผสมจำนวนมาก และสามารถลดความรุนแรงของการชนปะทะได้ คือ แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต (Rubber Fender Barrier : RFB) และหลักนำทางยางธรรมชาติ (Rubber Guide Post : RGP) โดยมีผลการทดสอบของอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย ดังนี้ 1) แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต (RFB) - ทดสอบการชนในประเทศไทย ดำเนินการโดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ผลการทดสอบ : ช่วยในการรับแรงกระแทก ทำให้ลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตของคนขับได้ - นำไปทดสอบการชน ณ สถาบัน Korea Automobile Testing & Research Institute (KATRI) ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นสถาบันทดสอบรถยนต์โดยตรงและเป็นที่ยอมรับของผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลกในวิธีการทดสอบที่มีความทันสมัย ถูกต้องตามหลักวิชาการ นอกจากนี้ การแสดงผลการทดสอบด้านวิศวกรรมยังเป็นที่ยอมรับตามมาตรฐาน EN - Euro Standard ผลการทดสอบ : แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต (RFB) ที่ความเร็วในการชน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เกิดแรงกระแทกต่ำกว่าค่ามาตรฐาน National Highway Traffic Safety Administration (NHTSA) ทำให้มีความปลอดภัยจากการบาดเจ็บรุนแรงและเสียชีวิต 2) หลักนำทางยางธรรมชาติ (RGP) - ทดสอบการชนในประเทศไทย ดำเนินการโดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ผลการทดสอบ : ผลจากห้องทดสอบเปรียบเทียบความปลอดภัยในการติดตั้งหลักนำทางยางธรรมชาติ โดยนำรถจักรยานยนต์พร้อมหุ่นติดตั้งเซ็นเซอร์เข้าชน พบว่า หุ่นที่ใช้ทดสอบไม่ได้รับแรงกระแทกถึงขั้นได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต เพราะมีความยืดหยุ่นของยางพารา และเมื่อนำไปทดสอบในห้องทดลอง พบว่า มีความคงทนต่อสภาพอากาศในประเทศไทย ไม่ติดไฟ และไม่สร้างปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม 5. กรมทางหลวงชนบทได้เปรียบเทียบราคาต้นทุนการผลิตกับผลประโยชน์ที่เกษตรกรได้รับของแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต (RFB) หลักนำทางยางธรรมชาติ (RGP) และผิวทางแบบพาราแอสฟัลต์ติกคอนกรีต (PARA AC) มีดังนี้

ดู 5 ครั้ง0 ความคิดเห็น